วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความหมาย พืช ผักสวนครัว

ความหมายของพืชผักสวนครัว
ผัก หมายถึง พืชที่ใช้ ใบ ราก ดอก หัว หรือลำตันเป็นอาหาร ผักที่นำมาใช้เป็นอาหาร นี้สามารถจะรับประทานสด ๆ หรือทำให้สุก เช่น แกง ต้ม นึ่ง ตุ๋น เป็นต้น  พืชผักเป็น อาหารที่คนต้องรับประทานอยู่เป็นประจำ ถ้ามีเวลาและมีที่ว่างเหลืออยู่ที่บ้าน หรือโรงเรียน ควรปลูกพืชผักไว้สำหรับรับประทานเอง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าจ่ายของ ครอบครัวแล้ว ยังทำให้ได้รับประทานผักสดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและถ้าปลูกจำนวนมากก็ สามารถนำไปจำหน่ายหารายได้ให้กับครอบครัวได้ด้วย พืชผักที่ปลูกสำหรับรับประทานเองที่บ้าน หรือโรงเรียนตามลักษณะที่กล่าวเรียกว่า พืชผักสวนครัว 
การแบ่งประเภทของพืชผักสวนครัว
1. ผักกินใบกินต้น เช่น คะน้า ผักบุ้งกะหล่ำปลี ผักกาดขาว
2. ผักกินฝักกินผล เช่น พริก มะเขือถั่วฝักยาว ถั่วแขก ถั่วพู
3. ผักกินหัวกินราก เช่น ผักกาดหัวกระเทียม กระชาย ขมิ้น
4. ผักกินดอก เช่น กะหล่ำดอก ดอกแค ขจร
ความสำคัญของพืชผักสวนครัว
2.1.1 ความสำคัญในด้านคุณค่าทางอาหาร
                 1) ผัก เป็นที่รวมของสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แคลเซียม เหล็ก เกลือแร่และวิตามิน สิ่งเหล่านี้จะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะเป็นตัวก่อให้เกิดโรคเสื่อมต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็งร้ายใน ร่างกาย ( เมฆ จันทน์ประยูร. 2544 :10 )
                 2) สี และกลิ่นของพืชผักบางชนิดช่วยทำให้อาหารน่ากิน ช่วยดับกลิ่นคาวจัดของอาหารประเภทเนื้อ ทำให้อาหารมีรสดีขึ้น เช่น กระชาย พริก มะเขือเทศ ฯลฯ
                 3) พืช ผักสวนครัวมีคุณสมบัติช่วยให้ระบบย่อยอาหารของ ร่างกายเปลี่ยนสภาพเป็นกลางได้ ลดสภาพความเป็นกรดในกระเพาะโดยสาเหตุมาจาก การย่อยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนย และอื่นๆ
4) เยื่อใย ของพืชผักสวนครัว ช่วยให้ระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ ลดการเป็นโรคลำไส้ปวดบวมและมะเร็งในลำไส้ใหญ่ อีกทั้งยังอาจ มีผลต่อการลดปริมาณคลอเลสเตอรัล ช่วยลดความอ้วนและป้องกันการเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ (สมภพ ฐิตะวสันต์.2537:2)
 5) พืช ผักสวนครัวเป็นแหล่งสำคัญของธาตุอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ โดยอุดมด้วยธาตุแคลเซียมและธาตุเหล็ก เป็นแหล่งให้วิตามินหลายชนิด เช่น พืชผักสวนครัวสีเขียวและสีเหลืองจะให้วิตามินเอ วิตามินซี เป็นต้น สำหรับ ถั่วต่าง ๆ จะอุดมด้วยโปรตีน พืชประเภทหัว เช่น มันฝรั่ง มันเทศ เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต (กองบรรณาธิการฐานเกษตรกรรม. 2542 : 8)
 6) พืชผักมีคุณค่าทางอาหารสูง และมีสารอาหารหลายประเภท 
ประโยชน์ของพืชผักสวนครัว
       ประโยชน์โดยตรง ในผักแต่ละชนิดจะมี โปรตีน แป้ง ไขมันและแร่ธาตุ ต่าง ๆ เช่น เหล็ก แคลเซียม ฯลฯไปบำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เจริญเติบโตแข็งแรงนอกจากนั้นอาหารพวกผักยังเป็นคล้าย ๆ คลังโอสถนานาชนิดคือ วิตามินต่าง ๆ มากน้อยต่างกัน ซึ่งอาจหาได้ตามจำนวนที่ร่างกายต้องการ ด้วยราคาถูก จากการเลือกรับประทานผักต่าง ๆ วิตามินช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง ช่วยชูรสอาหาร ช่วยในการย่อยอาหารให้ดีขึ้น ป้องกันโรคการขาดอาหาร ช่วยให้ร่างกาย ต้านทานโรคต่าง ๆ ด้วย
       ประโยชน์ทางอ้อม เป็นอาหารชูรสเพราะผักแต่ละอย่างมีรูปร่าง สี กลิ่นและรสต่าง ๆ กัน ทำให้เลือกรับประทานเข้าไปได้ตามใจชอบ ทำให้เกิด ความอยากและรับประทานได้มาก เป็นยาเจริญอาหาร  ยิ่ง กว่านั้น กากและโครงสร้างของผักที่รับประทานเข้าไป มีส่วนหยาบ อ่อน ที่เหมาะแก่การชำระล้างลำไส้ ช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ท้องเป็นปกติดีจะเห็นได้ว่า ผักเป็นอาหารสำคัญและจำเป็นแก่ชีวิตและร่างกายของมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ต้องรับประทานและใช้เป็นอาหารทุกวัน แต่ปัจจุบันนี้ พืชผักที่มีขายอยู่ใน ท้องตลาดทั่วไปมักจะมีสารพิษตกค้างอยู่ในปริมาณมาก อันอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ ผู้บริโภคได้ ดังนั้น เราจึงควรรู้วิธีการเลือกกินผักที่ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงภัยจากสารเคมีในพืชผัก โดยมีวิธีการง่ายๆดังนี้

ความหมาย ของพืช ผัก

ความหมายของพืชผักสวนครัว
ผัก หมายถึง พืชที่ใช้ ใบ ราก ดอก หัว หรือลำตันเป็นอาหาร ผักที่นำมาใช้เป็นอาหาร นี้สามารถจะรับประทานสด ๆ หรือทำให้สุก เช่น แกง ต้ม นึ่ง ตุ๋น เป็นต้น  พืชผักเป็น อาหารที่คนต้องรับประทานอยู่เป็นประจำ ถ้ามีเวลาและมีที่ว่างเหลืออยู่ที่บ้าน หรือโรงเรียน ควรปลูกพืชผักไว้สำหรับรับประทานเอง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าจ่ายของ ครอบครัวแล้ว ยังทำให้ได้รับประทานผักสดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและถ้าปลูกจำนวนมากก็ สามารถนำไปจำหน่ายหารายได้ให้กับครอบครัวได้ด้วย พืชผักที่ปลูกสำหรับรับประทานเองที่บ้าน หรือโรงเรียนตามลักษณะที่กล่าวเรียกว่า พืชผักสวนครัว 
การแบ่งประเภทของพืชผักสวนครัว
1. ผักกินใบกินต้น เช่น คะน้า ผักบุ้งกะหล่ำปลี ผักกาดขาว
2. ผักกินฝักกินผล เช่น พริก มะเขือถั่วฝักยาว ถั่วแขก ถั่วพู
3. ผักกินหัวกินราก เช่น ผักกาดหัวกระเทียม กระชาย ขมิ้น
4. ผักกินดอก เช่น กะหล่ำดอก ดอกแค ขจร
ความสำคัญของพืชผักสวนครัว
2.1.1 ความสำคัญในด้านคุณค่าทางอาหาร
                 1) ผัก เป็นที่รวมของสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แคลเซียม เหล็ก เกลือแร่และวิตามิน สิ่งเหล่านี้จะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะเป็นตัวก่อให้เกิดโรคเสื่อมต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็งร้ายใน ร่างกาย ( เมฆ จันทน์ประยูร. 2544 :10 )
                 2) สี และกลิ่นของพืชผักบางชนิดช่วยทำให้อาหารน่ากิน ช่วยดับกลิ่นคาวจัดของอาหารประเภทเนื้อ ทำให้อาหารมีรสดีขึ้น เช่น กระชาย พริก มะเขือเทศ ฯลฯ
                 3) พืช ผักสวนครัวมีคุณสมบัติช่วยให้ระบบย่อยอาหารของ ร่างกายเปลี่ยนสภาพเป็นกลางได้ ลดสภาพความเป็นกรดในกระเพาะโดยสาเหตุมาจาก การย่อยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนย และอื่นๆ
4) เยื่อใย ของพืชผักสวนครัว ช่วยให้ระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ ลดการเป็นโรคลำไส้ปวดบวมและมะเร็งในลำไส้ใหญ่ อีกทั้งยังอาจ มีผลต่อการลดปริมาณคลอเลสเตอรัล ช่วยลดความอ้วนและป้องกันการเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ (สมภพ ฐิตะวสันต์.2537:2)
 5) พืช ผักสวนครัวเป็นแหล่งสำคัญของธาตุอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ โดยอุดมด้วยธาตุแคลเซียมและธาตุเหล็ก เป็นแหล่งให้วิตามินหลายชนิด เช่น พืชผักสวนครัวสีเขียวและสีเหลืองจะให้วิตามินเอ วิตามินซี เป็นต้น สำหรับ ถั่วต่าง ๆ จะอุดมด้วยโปรตีน พืชประเภทหัว เช่น มันฝรั่ง มันเทศ เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต (กองบรรณาธิการฐานเกษตรกรรม. 2542 : 8)
 6) พืชผักมีคุณค่าทางอาหารสูง และมีสารอาหารหลายประเภท 
ประโยชน์ของพืชผักสวนครัว
       ประโยชน์โดยตรง ในผักแต่ละชนิดจะมี โปรตีน แป้ง ไขมันและแร่ธาตุ ต่าง ๆ เช่น เหล็ก แคลเซียม ฯลฯไปบำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เจริญเติบโตแข็งแรงนอกจากนั้นอาหารพวกผักยังเป็นคล้าย ๆ คลังโอสถนานาชนิดคือ วิตามินต่าง ๆ มากน้อยต่างกัน ซึ่งอาจหาได้ตามจำนวนที่ร่างกายต้องการ ด้วยราคาถูก จากการเลือกรับประทานผักต่าง ๆ วิตามินช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง ช่วยชูรสอาหาร ช่วยในการย่อยอาหารให้ดีขึ้น ป้องกันโรคการขาดอาหาร ช่วยให้ร่างกาย ต้านทานโรคต่าง ๆ ด้วย
       ประโยชน์ทางอ้อม เป็นอาหารชูรสเพราะผักแต่ละอย่างมีรูปร่าง สี กลิ่นและรสต่าง ๆ กัน ทำให้เลือกรับประทานเข้าไปได้ตามใจชอบ ทำให้เกิด ความอยากและรับประทานได้มาก เป็นยาเจริญอาหาร  ยิ่ง กว่านั้น กากและโครงสร้างของผักที่รับประทานเข้าไป มีส่วนหยาบ อ่อน ที่เหมาะแก่การชำระล้างลำไส้ ช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ท้องเป็นปกติดีจะเห็นได้ว่า ผักเป็นอาหารสำคัญและจำเป็นแก่ชีวิตและร่างกายของมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ต้องรับประทานและใช้เป็นอาหารทุกวัน แต่ปัจจุบันนี้ พืชผักที่มีขายอยู่ใน ท้องตลาดทั่วไปมักจะมีสารพิษตกค้างอยู่ในปริมาณมาก อันอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ ผู้บริโภคได้ ดังนั้น เราจึงควรรู้วิธีการเลือกกินผักที่ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงภัยจากสารเคมีในพืชผัก โดยมีวิธีการง่ายๆดังนี้

ตัวอย่างการปลูกพืช ผัก สวนครัว

ตัวอย่างการปลูกพืชผักสวนครัว
     การปลูกผักกาดหอม
     ผักกาดหอมเป็นพืชที่ปลูกง่าย  และเจริญเติบโตได้เร็ว  สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล  แต่จะให้ผลผลิตดีที่สุดเมื่อปลูกในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม - มกราคม
     การปลูกผักกาดหอม  มีขั้นตอนดังนี้
     1.  การปลูกพืชต้นกล้า  มีวิธีปฏิบัติดังนี้
          1)  เตรียมดินในภาชนะปลูกหรือแปลงปลูก  แล้วหว่านเมล็ดผักกาดหอมให้กระจายทั่วแปลง
          2)  เกลี่ยดินกลบให้เมล็ดแน่น  คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง  แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
     2.  การย้ายต้นกล้า  มีวิธีปฏิบัติดังนี้
          1)  เตรียมดินในแปลงปลูก  ขุดหลุมให้ลึกพอสมควร  โดยแต่ละหลุมห่างประมาณ 30 เซนติเมตร  แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
          2)  ขุดต้นกล้าจากแปลงเพาะไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้ทันที  ไม่ควรทิ้งไว้นาน  เพราะต้นกล้าอาจตายได้
          3)  กดดินรอบ ๆ โคนต้นให้แน่น  แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
          4)  ระยะ 2-3 วันแรก  ควรทำเพิงบังแดดให้ต้นกล้า  โดยเปิดให้ต้นกล้าได้รับความชื้นในช่วงเวลาเย็นและเวลากลางคืน
     3.  การบำรุงรักษา  มีวิธีปฏิบัติดังนี้
          1)  การให้น้ำ  ควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง  ในเวลาเช้าและเย็น  โดยรดน้ำให้ชุ่มและทั่วแปลง  แต่อย่าแฉะจนเกินไป
          2)  หารใส่ปุ๋ย  ควรพรวนดินให้ร่วนซุย  แล้วใส่ปุ๋ย  โดยหว่านปุ๋ยให้ทั่วแปลงปลูก  และรดน้ำตามทันที
          3)  การกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช  ควรทำอย่างสม่ำเสมอ  ขณะพรวนดินควรถอนหญ้าที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ ด้วยทุกครั้ง
     4.  การเก็บเกี่ยว
          ผักกาดหอมจะเก็บเกี่ยวได้เมื่อมีอายุประมาณ 40-45 วัน  และควรเก็บในช่วงเวลาเย็นที่มีแสงแดดอ่อน ๆ โดยใช้มีดคม ๆ ตัดบริเวณโคนต้น  แล้วดึงใบที่แก่ทิ้งก่อนนำไปประกอบอาหาร  หรือนำไปจำหน่าย

พืช ผัก สวน ครัว

พืชผักสวนครัว
     1.  รู้จักพืชผักสวนครัว
          ผักสวนครัว  หมายถึง  พืชที่ปลูกเพื่อใช้ในการปรุงเป็นอาหาร  ซึ่งสามารถแบ่งตามลักษณะการนำมาประกอบอาหารได้ 4 ประเภท  ดังนี้
          1.  ใช้ผลเป็นอาหาร  เช่น  แตงกวา  มะเขือเทศ  พริกหวาน
          2.  ใช้ใบและลำต้นเป็นอาหาร  เช่น  ผักกาดขาว  ตำลึง  ผักคะน้า  สะระแหน่
          3.  ใช้ดอกเป็นอาหาร  เช่น  กะปล่ำดอก  ดอกแค  บร็อคโคลี่
          4.  ใช้หัวหรือรากที่อยู่ใต้ดินเป็นอาหาร  เช่น  หอมหัวใหญ่  แครอต  กระเทียม  ขิง
     2.  การขยายพันธุ์พืชผักสวนครัว
          วิธีการขยายพันธุ์พืชผักสวนครัว  มีหลายวิธีดังนี้
          1.  การเพาะเมล็ด
               เป็นวิธีการนำเมล็ดพันธุ์พืชที่คัดเลือกพันธุ์แล้วมาหว่าน  โรย  หรือหยอดลงหลุมในภาชนะ  หรือแปลงเพาะที่เตรียมไว้  ซึ่งก่อนที่จะเพาะเมล็ด  ต้องเตรียมดินโดยดายหญ้าหรือวัชพืชให้หมด  ตากดินไว้ประมาณ 2-3 วัน  แล้วย่อยดินให้ร่วนซุย  จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกผสมให้เข้ากัน  แล้วนำไปใส่ในภาชนะหรือแปลงเพาะที่เตรียมไว้
               วิธีเพาะเมล็ดสามารถทำได้หลายวิธี  ดังนี้
               1.  เพาะเมล็ดแบบต้นเดียว
               2.  เพาะเมล็ดในกระบะเพาะ
               3.  เพาะเมล็ดในแปลงเพาะ
          2.  การแยกหน่อหรือหัว
               เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่นิยมทำกันมาก  เพราะจะทำให้พืชไม่กลายพันธุ์สามารถทำได้รวดเร็ว  และพืชเจริญเติบโตได้ดีกว่าเพาะเมล็ด  พืชสวนครัวที่ใช้หน่อหรือหัวขยายพันธุ์  เช่น  หัวหอม  กระเทียม  ขิง  ข่า  เป็นต้น
               การขยายพันธุ์พืชโดยการแยกหน่อหรือหัว  เป็นวิธีการนำหน่อหรือหัวของพืชที่คัดเลือกแล้ว  มาปลูกลงในภาชนะหรือแปลงเพาะที่เตรียมดินไว้  จากนั้นกลบดินและกดให้แน่น  รดน้ำให้ชื้นเพื่อให้พืชแทงหน่อได้ง่าย
               เมื่อแยกหน่อหรือหัวเสร็จแล้ว  ก็มาถึงขั้นตอนการปลูก  ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี  ดังนี้
               1.  ปลูกแบบต้นเดียว
               2.  ปลูกในกระบะเพาะ
               3.  ปลูกในแปลงเพาะ
     3.  การปลูกพืชผักสวนครัว
          เมื่อพืชผักสวนครัวที่ปลูกเติบโตขึ้นสักระยะ  เราจะต้องทำการย้ายต้นกล้าของพืชผักสวนครัวจากภาชนะ  กระบะเพาะ  หรือแปลงเพาะ  มาสู่แปลงปลูก  เพื่อให้พืชผักสวนครัวเจริญเติบโตต่อไป
          การย้ายต้นกล้าไปปลูกในแปลงปลูก  มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้
          1.  เตรียมดินในแปลงปลูก  และขุดหลุมให้ลึกพอสมควร
          2.  ใช้ช้อนปลูกขุดย้ายต้นกล้า  โดยมีดินติดรากมาด้วย
          3.  จับปลายใบของต้นกล้าหย่อนลงในหลุมที่เตรียมไว้  แล้วเกลี่ยดินกลบ  จากนั้นกดดินรอบ ๆ โคนต้นให้แน่น
          4.  รดน้ำให้ชุ่มทั้งแปลง  และทำเพิงบังแดดจนกว่าต้นกล้าจะแข็งแรง
         4.  การบำรุงรักษาพืชผักสวนครัว
          การบำรุงรักษาพืชผักสวนครัวอย่างสม่ำเสมอ  จะทำให้พืชที่ปลูกไว้เจริญเติบโตและงอกงามได้ดี  โดยมีหลักปฏิบัติ  ดังนี้
          1.  การรดน้ำ  ควรรดน้ำในตอนเช้าและตอนเย็น   โดยค่อย ๆ รดน้ำให้ชุ่มชื้น  แต่อย่าให้แฉะจนเกินไป  เพราะจะทำให้รากเน่าได้
          2.  การพรวนดิน  ควรพรวนดินทุก ๆ 7-10 วัน  โดยพรวนให้ทั่วทั้งแปลง  และพรวนให้ลึกพอสมควร  แต่ควรระวังอย่าให้ถูกราก  เพราะอาจทำให้รากขาดได้
          3.  การใส่ปุ๋ย  ควรเลือกใส่ปุ่ยให้เหมาะกับพืช  โดยโรยให้ทั่วแปลงปลูกในปริมาณที่พอเหมาะ  แล้วรดน้ำให้ชุ่มหลังจากใส่ปุ๋ยแล้วทุกครั้ง
          4.  การกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช  ขณะพรวนดินควรถอนหรือเก็บวัชพืชออกให้หมด  และควราดายหญ้าในแปลงปลูกอยู่เสมอ  ถ้ามีแมลงศัตรูพืชต้องเก็บทิ้งหรือใช้ยากำจัดศัตรูพืชฉีดป้องกันประมาณ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
     5.  การเก็บเกี่ยวพืชผักสวนครัว
          การเก็บเกี่ยวพืชผักสวนครัวจะทำเมื่อผักเจริญเติบโตเต็มที่  ซึ่งมีข้อปฏิบัติดังนี้
          1.  ควรเก็บเกี่ยวผลผลิตในตอนเช้าหรือตอนเย็น
          2.  ควรใช้กรรไกรตัดกิ่งหรือมีดคม ๆ เก็บเกี่ยว  เพราะจะทำให้พืชผักไม่ช้ำ
          3.  หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว  ควรนำพืชไปแช่น้ำหรือพรมน้ำ  เพื่อป้องกันผักเหี่ยว
พืช ผัก สวนครัว

ประเภทของพืช ผัก

พืชผัก สวน ครัว

ผักสวนครัว คือผักที่ปลูกไว้ในบริเวณบ้านหรือที่ว่างต่าง ๆ ในชุมชนต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกไว้สำหรับรับประทานเองภายในครอบครัวหรือชุมชน การปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานจะทำให้ผู้ปลูกได้รับประทานผักสดที่อุดมด้วย วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ มีความมปลอดภัยจากสารเคมี ลดรายจ่ายในครัวเรือน และที่สำคัญทำให้สมาชิกในครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกันในการปลูกผักเพื่อเกิด สัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว โดยทั่วไปคนต้องมีการบริโภคผักอย่างน้อย วันละ 200 กรัม เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน